ตร.ไซเบอร์กวาดล้างอาชญากรรมออนไลน์เข้มรับปีใหม่ กวาดล้าง 5 เครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ ทั้งอาวุธเถื่อน อนาจารเด็ก และแก๊งคอลเซ็นเตอร์
ตร.ไซเบอร์กวาดล้างอาชญากรรมออนไลน์เข้มรับปีใหม่ กวาดล้าง 5 เครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ ทั้งอาวุธเถื่อน อนาจารเด็ก และแก๊งคอลเซ็นเตอร์
ตร.ไซเบอร์กวาดล้างอาชญากรรมออนไลน์เข้มรับปีใหม่ กวาดล้าง 5 เครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ ทั้งอาวุธเถื่อน อนาจารเด็ก และแก๊งคอลเซ็นเตอร์
.
ตามนโยบายของรัฐบาล ได้กำหนดนโยบายในการเร่งแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง จตช. ในฐานะ รอง ผอ.ศปอส.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. นำเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาที่กระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ และดำเนินคดีให้ถึงที่สุด จนนำมาสู่ปฏิบัติการดังกล่าว
.
วันศุกร์ที่ 26 ธ.ค.68 เวลา 14.00 น. ณ บริเวณชั้น 1 บก.สอท.2 นำโดย พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.คมกฤช สุขไทย ผบก.สอท.3, พล.ต.ต.ศิลา กาญจน์รักษ์ ผบก.สอท.5 และ พล.ต.ต.ทรงกลด เกริกกฤตยา ผบก.ตอท. พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว ตร.ไซเบอร์กวาดล้างอาชญากรรมออนไลน์เข้มรับปีใหม่ รวบซาเล้งขายอาวุธและเครื่องกระสุนปืนออนไลน์ / จับหนุ่มขายคลิปอนาจารในกลุ่มลับ / จับปู่ใจทรามย่ำยีหลาน 2 ขวบถ่ายคลิปขายโซเชียล / จับแก๊งซื้อขายบัญชีม้าพร้อมมือถือผูกแอปธนาคาร / ช่วยเหยื่อขณะถูกหลอกโอนเงินตามอายัดทันนำเงินคืนผู้เสียหาย
.
สืบเนื่องจาก พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. ได้สั่งการให้ยกระดับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการกระทำผิดเกี่ยวกับการซื้อขายอาวุธปืนผิดกฎหมายผ่านช่องทางออนไลน์ การเผยแพร่สื่อลามกอนาจารย์ผ่านช่องทางออนไลน์ รวมถึงการจับกุมบัญชีม้าเพื่อตัดวงจรแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จนนำมาสู่
การระดมกวาดล้างจับกุมคดีอาชญากรรมออนไลน์อย่างเข้มข้นในห้วงวันที่ 17 – 25 ธ.ค.68 เพื่อยับยั้งการก่อเหตุในห้วงเทศกาลคริสต์มาส เทศกาลปีใหม่ โดยมีผลการจับกุมคดีสำคัญ ดังนี้
.
1. ตร.ไซเบอร์รวบหนุ่มซาเล้งขายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนออนไลน์ ตรวจค้นบ้านพบของกลางซุกเล้าหมูเพียบ
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.สอท.5 ได้สืบสวนพบขบวนการลักลอบซื้อขายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนผิดกฎหมายในกลุ่มเฟซบุ๊กสาธารณะกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมีสมาชิกในกลุ่มกว่า 3,000 คน จากการเข้าไปแฝงตัวในกลุ่มดังกล่าว ทำให้พบว่ามีผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กอวตารรายหนึ่ง ได้โพสต์ภาพกระสุนปืน และคลิปวีดีโออาวุธปืน ลงประกาศขายในกลุ่มเฟซบุ๊กดังกล่าว นอกจากนี้ยังได้ถ่ายภาพกล่องพัสดุที่ทำให้ลูกค้าเชื่อว่าเป็นอาวุธปืนและกระสุนปืนที่บุคคลดังกล่าวส่งให้ลูกค้าลงกลุ่ม เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
.
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนจนทราบว่า เจ้าของเฟซบุ๊กอวตารดังกล่าว คือ นายสมพร อายุ 41 ปี พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ ม.6 ต.หัวทะเล อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา มีพฤติกรรมขายอาวุธปืนและกระสุนปืนให้แก่ลูกค้าในกลุ่มเฟซบุ๊กมาแล้วหลายครั้ง โดยใช้ร้านขนส่งพัสดุแบรนด์ดัง สาขาโนนฝรั่ง ม.5 ต.หัวทะเล อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา เป็นสถานที่ส่งของให้ลูกค้าเป็นประจำ และจากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม พบว่าเคยถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนมาแล้วในหลายท้องที่
.
ต่อมา พ.ต.อ.ณัฐพงศ์ ตรงเที่ยง ผกก.กก.4 บก.สอท.5 ได้ส่งกำลังลงพื้นที่เพื่อติดตามจับกุมกรณีดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณหน้าร้านขนส่งพัสดุดังกล่าว ต่อมาพบนายสมพร ขับขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน พร้อมกล่องพัสดุจำนวน 4 กล่อง เข้ามาที่ร้านเพื่อเตรียมส่งของ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวเพื่อเข้าตรวจค้น
.
จากการตรวจค้น พบว่าสิ่งของที่อยู่ในกล่องพัสดุทั้ง 4 กล่อง คือ กระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 50 นัด และ กระสุนปืนขนาด .22 LR รวมจำนวน 750 นัด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จับกุม จากนั้นควบคุมตัวนายสมพร ไปยังบ้านพัก ในพื้นที่ ม.6 ต.หัวทะเล อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา เพื่อตรวจค้นตามหมายค้นที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขออนุมัติหมายค้นจาก ศาลจังหวัดนครราชสีมา ไว้ก่อนแล้ว
.
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจค้นภายในบ้าน และเล้าหมูของนายสมพร พบของกลางเพิ่มเติมเป็น ชุดลูกเลื่อน พร้อมไกปืนและเข็มแทงชนวนอาวุธปืนขนาด .22, ชุดลำกล้องปืนประกอบรังเพลิงอาวุธปืนขนาด .22 จำนวน 1 ลำ,ซองกระสุนปืนขนาด .22 จำนวน 1 อัน, อาวุธปืนอัดลมแรงดันสูง PCP ใช้ยิงกับกระสุนตะกั่วหัวร่มขนาดเบอร์ 2, ลำกล้องปืน PCP จำนวน 1 ลำ, อาวุธปืนพกสั้นไทยประดิษฐ์แบบลูกซองหักลำ ใช้ยิงกับกระสุนลูกซอง เบอร์ 20 จำนวน 1 กระบอก, กระสุนปืนลูกซอง เบอร์ 20 จำนวน 5 นัด, กระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 45 นัด, กระสุนปืนขนาด .22 LR จำนวน 100 นัด และท่อลดเสียงปืน จำนวน 1 อัน
.
เบื้องต้นเจ้ายอมรับว่าของกลางที่ตรวจยึดได้เป็นของตนเองจริง โดยบางส่วนตนซื้อมาใช้เอง และบางส่วนก็ซื้อมาเพื่อนำไปขายให้แก่ลูกค้าในกลุ่มเฟซบุ๊กต่อ ซึ่งภายหลังจากที่นายสมพร ถูกจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า สมาชิกในกลุ่มเฟซบุ๊กดังกล่าวได้โพสต์แจ้งถึงการจับกุมดังกล่าวให้ทราบทั่วกัน ต่อมากลุ่มเฟซบุ๊กดังกล่าวจึงได้ปิดตัวลงอย่างรวดเร็ว
.
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า “ทำ ประกอบ ซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะ สั่ง นำเข้า มี หรือจำหน่าย ซึ่งอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน”, “มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน” และ “มียุทธภัณฑ์ (ท่อลดเสียงปืน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” นำตัวผู้ต้องหาพร้อมตรวจยึดของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งสืบสวนขยายผลไปยังผู้กระทำผิดรายอื่นๆ เพิ่มเติมจากที่ตรวจพบข้อมูล เพื่อนำตัวผู้กระความทำผิดและยึดของกลางที่อาจใช้ในการกระทำผิด มาดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
.
2. ตร.ไซเบอร์รวบหนุ่มวัย 26 คาบ้าน ขณะขายคลิปอนาจารในกลุ่มลับ หลังมูลนิธิช่วยเหลือเด็กร้องเรียน
สืบเนื่องจาก พ.ต.อ.ธีรนนท์ แมนมงคล ผกก.กลุ่มงานต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต บก.ตอท. หรือ TICAC ได้รับแจ้งจากมูลนิธิ Destiny Rescue ซึ่งก่อตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือเด็กๆ จากการค้ามนุษย์และการแสวงหาประโยชน์ทางเพศว่า ได้พบบัญชีผู้ใช้แอปพลิเคชัน X (Twitter) ชื่อบัญชี “PLASTERGUY” โพสต์ภาพและคลิปวิดีโอสื่อลามกอนาจารแบบสาธารณะ โดยโพสต์ตัวอย่างภาพ/คลิป แล้วเชิญชวนให้คนที่สนใจติดต่อไปยังบัญชีแบบปิด ใช้ชื่อ “Not For Free!!” เพื่อรับชมเนื้อหาแบบเต็ม
.
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แฝงตัวเพื่อติดต่อไปยังบัญชีดังกล่าว พบว่ากำหนดให้ต้องชำระค่าสมัครสมาชิก จำนวน 299 บาท เพื่อเข้าถึงเนื้อหา เมื่อได้โอนเงินตามที่แจ้งแล้ว จึงได้รับอนุญาตให้เข้าถึงบัญชี จากการตรวจสอบพบการเผยแพร่คลิปสื่อลามกอนาจารจำนวนมาก รวมถึงคลิปฉบับเต็มของตัวอย่างที่เผยแพร่ไว้ก่อนหน้า
.
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้สืบสวนจนพบพยานหลักฐานเชื่อได้ว่า นายธนาธิป อายุ 26 ปี เป็นผู้ใช้บัญชี X (Twitter) ทั้ง 2 บัญชีดังกล่าว และเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์จากการเรียกเก็บค่าสมัครสมาชิก จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดนนทบุรี เพื่อขอออกหมายค้นบ้านพัก และสามารถจับกุมนายธนาธิป ได้สำเร็จ
.
โดยล่าสุด พ.ต.ท.พิชิต เอียงสา รอง ผกก.ฯ, พ.ต.ท.ธนพงศ์ธัช อ่อนชูเหมรัต สว.ฯ, และ พ.ต.ท.หญิง ณิธิชา กลิ่นทอง สว.ฯ ได้ร่วมกันนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มงานต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต บก.ตอท. นำหมายค้นศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ ค.1108/2568 ลง 23 ธ.ค. 68 เข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ หมู่ที่ 1 ต.บางใหญ่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี
.
ผลการตรวจค้น พบนายธนาธิป อายุ 26 ปี พร้อมของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่อง โดยตรวจสอบข้อมูลภายในพบว่า มีการติดตั้งแอปพลิเคชัน X และลงชื่อเข้าใช้บัญชี “PLASTERGUY” และบัญชี “Not For Free!!” ซึ่งภายในบัญชีดังกล่าว พบอัลบั้มรูปภาพสื่อลามกอนาจารจำนวนมาก รวมทั้งแอปพลิเคชันธนาคารที่ใช้ในการรับโอนเงินค่าสมัครสมาชิก ซึ่งนายธนาธิปฯ ยอมรับว่าเป็นผู้ใช้โทรศัพท์มือถือเครื่องดังกล่าวแต่เพียงผู้เดียว
.
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อหา “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้น ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้”, “เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะอันลามก” และ “เพื่อความประสงค์แห่งการค้า หรือโดยการค้า เพื่อการแจกจ่ายหรือเพื่อการแสดงอวดแก่ประชาชน ทำ ผลิต มีไว้ นำเข้าหรือยังให้นำเข้าในราชอาณาจักร ส่งออกหรือยังให้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พาไปหรือยังให้พาไปหรือทำให้แพร่หลายโดยประการใด ๆ ซึ่งเอกสาร ภาพเขียน ภาพพิมพ์ ภาพระบายสี สิ่งพิมพ์ รูปภาพ ภาพโฆษณา เครื่องหมาย รูปถ่าย ภาพยนตร์ แถบบันทึกเสียง แถบบันทึกภาพหรือสิ่งอื่นใดอันลามก” นำตัวผู้ต้องหาและของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
.
3. ตำรวจไซเบอร์จับปู่ใจทราม ย่ำยีหลาน 2 ขวบถ่ายคลิปขายโซเชียล
สืบเนื่องจาก พ.ต.อ.ธีรนนท์ แมนมงคล ผกก.กลุ่มงานต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต บก.ตอท. หรือ TICAC ได้รับแจ้งจากมูลนิธิ Destiny Rescue ซึ่งก่อตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือเด็กๆ จากการค้ามนุษย์และการแสวงหาประโยชน์ทางเพศว่า พบการเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเด็ก โดยปรากฏคลิปวิดีโอเด็กหญิงอายุประมาณ 2-3 ขวบ ถูกล่วงละเมิดทางเพศโดยผู้ชายอายุประมาณ 25–40 ปี แล้วมีการนำวิดีโอดังกล่าวมาเผยแพร่ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ นอกจากนี้ยังมีการโพสต์เชิญชวนให้คนทั่วไปซื้อสื่อลามกอนาจารเด็กโดยผู้ใช้บัญชีรายหนึ่งอีกด้วย
.
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ปลอมตัวติดต่อกับผู้ใช้บัญชีดังกล่าว ภายหลังผู้ต้องสงสัยได้เสนอขายไฟล์วิดีโอสื่อลามกอนาจารเด็ก และแจ้งให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร เมื่อได้โอนเงินตามที่ตกลงกันแล้ว ผู้ต้องสงสัยได้ส่งไฟล์วิดีโอสื่อลามกอนาจารเด็กให้ จากนั้นจึงได้สืบสวนจนทราบว่าผู้ชายและเด็กหญิงที่ปรากฏในคลิปวิดีโอตามที่ได้รับแจ้งจากมูลนิธิ คือ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 33 ปี มีศักดิ์เป็นปู่ของเหยื่อ และ ด.ญ.บี (นามสมมติ) อายุ 2 ขวบ มีศักดิ์เป็นหลานของผู้ก่อเหตุ จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาได้สำเร็จ
.
ล่าสุด ช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 26 ธ.ค.68 เวลา 07.00 น. พ.ต.ท.วิเชียร คำชุมภู และ พ.ต.ต.วันเฉลิม นาคราช สว.กลุ่มงานต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต บก.ตอท. ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด TICAC พร้อมหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 2519/2568 ลง 25 ธ.ค.68 เข้าจับกุม นายเอ ณ บ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ พร้อมตรวจยึดของกลาง ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ Infinix พร้อมเสื้อและกางเกงที่สวมใส่ขณะกระทำความผิด
.
จากการซักถาม เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่า ตนเองได้ข่มขืนกระทำชำเรา ด.ญ.บี อายุ 2 ปี ภายในบ้านพักแล้วได้ถ่ายภาพและวิดีโอเพื่อนำไปขายเป็นรายบุคคลให้แก่คนที่ต้องการซื้อ เพื่อนำเงินจากการขายวิดีโอไปใช้ในชีวิตประจำวัน โดยขายในราคา 300 บาท มีรายได้ตั้งแต่ทำมาเพียง 2,000 บาท เนื่องจากเพิ่งเริ่มทำแล้วมาโดนตำรวจไซเบอร์เข้าจับกุมเสียก่อน
.
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา “ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น”, “เพื่อความประสงค์แห่งการค้า หรือโดยการค้า เพื่อการแจกจ่ายหรือเพื่อการแสดงอวดแก่ ประชาชน ทำ ผลิต มีไว้ นำเข้าหรือยังให้นำเข้าในราชอาณาจักร ส่งออกหรือยังให้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร”, “พาไปหรือยังให้พาไปหรือทำให้แพร่หลายโดยประการใด ๆ ซึ่งสื่อลามกอนาจารเด็ก”, “บังคับ ขู่เข็ญ ใช้ ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กแสดงหรือกระทำการอันมี ลักษณะลามก่อนาจาร ไม่ว่าจะเป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าตอบแทนหรือเพื่อการใด”, “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้”, “เผยแพร่หรือส่งต่อจึงข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้”
.
โดยขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบสวนปากคำผู้เกี่ยวข้อง เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาในฐานความผิดอื่นเพิ่มเติม และขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกับบ้านพักเด็กจังหวัดเชียงใหม่ และ พมจ.เชียงใหม่ นำผู้เสียหายเข้าสู่การคุ้มครองเยียวยา และให้การช่วยเหลือเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้ต้องหาต่อไป
.
4. ตร.ไซเบอร์รวบแก๊งซื้อ-ขายบัญชีม้า พร้อมโทรศัพท์มือถือผูกแอปธนาคาร ในตัวเมืองอุดรธานี ราคาพุ่ง 10 บัญชี ราคา 1.5 แสน
สืบเนื่องจาก พ.ต.ท.ธีรศักดิ์ นราศรี รอง ผกก.1 บก.สอท.3 ได้นำทีมชุดสืบสวนในสังกัด สืบสวนกรณีพบผู้ลักลอบจำหน่ายบัญชีธนาคาร พร้อมผูกแอปธนาคารในโทรศัพท์มือถือพร้อมใช้งาน จึงได้ติดต่อล่อซื้อ จำนวน 10 บัญชี พร้อมโทรศัพท์มือถือที่ผูกแอปพลิเคชันพร้อมใช้งาน ในราคา 150,000 บาท โดยนัดรับกันที่ตลาดแห่งหนึ่งในตัวเมืองอุดรธานี
.
เมื่อถึงเวลานัดหมายได้พบหญิงวัยกลางคนจำนวน 2 คน อายุประมาณ 25-30 ปี สวมเสื้อสีดำ กางเกงสีดำ เดินเข้ามาหาที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในตลาดดังกล่าว เมื่อมาถึงได้นำโทรศัพท์มือถือจำนวน 4 เครื่อง ส่งให้สายลับทดลองตรวจสอบและใช้งานแอปพลิเคชัน ทั้ง 10 บัญชี พบว่าสามารถใช้งานได้จริง สายลับจึงได้จ่ายเงินให้ไปจำนวน 150,000 บาท ตามที่ได้ตกลงกัน จากนั้นได้ส่งสัญญานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่แฝงตัวอยู่ในบริเวณนั้นเข้าควบคุมตัว
.
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าจับกุมผู้ต้องหารวม 4 ราย ได้แก่ น.ส.วิชุดา อายุ 28 ปี ผู้นำโทรศัพท์มือถือพร้อมแอปพลิเคชันธนาคารมาส่ง และ น.ส.สุพรรณดาอายุ 31 ปี เจ้าของบัญชีธนาคาร จากนั้นได้จับกุมนายธีรพัฒน์ อายุ 31 ปี เจ้าของบัญชีธนาคารที่มารอรับเงินค่าขายบัญชี และนายอภิรักษ์ อายุ 21 ปี ผู้จัดหาบัญชีธนาคาร พร้อมทั้งตรวจยึดของกลาง ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ จำนวน 4 เครื่อง ที่ติดตั้งแอปพลิเคชันบัญชีธนาคารพร้อมใช้งาน 10 บัญชี และเงินสดที่ใช้ล่อซื้อ จำนวน 150,000 บาท
.
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันเป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อหรือขายเลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งลงทะเบียนผู้ใช้บริการในนามของบุคคลหนึ่งบุคคลใดแล้ว แต่ไม่สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการได้ ทั้งนี้ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด” และ “เป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใด ๆ เพื่อให้มีการซื้อขาย ให้เช่า หรือให้ยืม บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด” นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
.
5. ตร.ไซเบอร์ช่วยเหยื่อถูกหลอกโอนเงินหลังพยายามหารายได้พิเศษ ตามอายัดทันนำเงินคืนผู้เสียหาย
สืบเนื่องจาก ได้มีผู้เสียหายหญิงชาวจังหวัดตรัง อายุ 34 ปี มีความต้องการหารายได้พิเศษ จึงได้ลองหาข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันเฟซบุ๊ก ต่อมาพบเพจเฟซบุ๊กที่เปิดรับสมัครงานแพ็กของ จึงได้แอดไลน์เข้าไปสอบถาม จากนั้นมิจฉาชีพได้ออกอุบายให้โอนเงินเข้าไปลงทุนก่อน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้โอนเงินลงทุน ตั้งแต่ช่วงวันที่ 9 - 29 พ.ย.2567 รวมเป็นเงิน 220,473 บาท แต่กลับไม่ได้รับผลตอบแทนจริงแต่อย่างใด และยังไม่สามารถถอนเงินที่โอนลงทุนไปกลับคืนมาได้ จึงได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน กก.4 บก.สอท.5
.
ต่อมา พนักงานสอบสวน กก.4 บก.สอท.5 ได้รวบรวมพยานหลักฐาน พบว่าคนร้ายใช้บัญชีธนาคารของนางสาวมะลิวัลย์ เป็นบัญชีที่รับโอนเงินจากผู้เสียหาย จึงได้ประสานธนาคารเพื่อขออายัดบัญชี และยื่นคำร้องขอหมายจับนางสาวมะลิวัลย์ ได้สำเร็จ ต่อมา สามารถระงับการทำธุรกรรมจากบัญชีธนาคารดังกล่าวไว้ได้ จำนวน 85,600 บาท วันนี้ พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้นำเงินจำนวนดังกล่าวส่งมอบคืนให้แก่ผู้เสียหาย จำนวน 85,600 บาท ตามโครงการ Money Cash Back ปิดบัญชี ตามล่าม้า คว้าเงินคืน
#ตำรวจไซเบอร์ #cyberpolice #จับกุม #สื่อลามกอนาจาร #ปืนออนไลน์ #moneycashback #คอลเซ็นเตอร์ #บัญชีม้า
ตำรวจไซเบอร์
CCIB #CCIB