ตร.ไซเบอร์บุกรวบช่างปืนไทยประดิษฐ์พร้อมของกลางอื้อ หลังตามแกะรอยเฟซบุ๊กอวตาร โพสต์ผลงานอวดหาลูกค้า
ตร.ไซเบอร์บุกรวบช่างปืนไทยประดิษฐ์พร้อมของกลางอื้อ หลังตามแกะรอยเฟซบุ๊กอวตาร โพสต์ผลงานอวดหาลูกค้า
ตร.ไซเบอร์บุกรวบช่างปืนไทยประดิษฐ์พร้อมของกลางอื้อ หลังตามแกะรอยเฟซบุ๊กอวตาร โพสต์ผลงานอวดหาลูกค้า
.
สืบเนื่องจาก พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. และ พล.ต.ต.ศิลา กาญจน์รักษ์ ผบก.สอท.5 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดสืบสวนเกี่ยวกับการลักลอบซื้อขายอาวุธปืนผิดกฎหมายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อป้องกันการนำไปก่อเหตุที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยต่อพี่น้องประชาชน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุด Cyber Guard กก.4 บก.สอท.5 จึงได้สืบสวนพบบัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัวรายหนึ่ง มีพฤติกรรมโพสต์อวดอาวุธปืนที่ตัวเองผลิตขึ้น รวมทั้งลักลอบขายอาวุธปืนและส่วนประกอบอาวุธปืนแบบออนไลน์
.
ต่อมา พ.ต.อ.ณัฐพงศ์ ตรงเที่ยง ผกก.4 บก.สอท.5 ได้ส่งเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามและลงพื้นที่สืบสวน พบว่า เฟซบุ๊กดังกล่าวค่อนข้างระวังตัวสูง มีการล็อกโปรไฟล์ใช้ภาพอวตาร มักโพสต์ขายอาวุธปืนทิ้งไว้ไม่เกิน 3 ชั่วโมงแล้วลบทิ้ง ลูกค้าต้องคุยตกลงราคาในช่องแชทส่วนตัวเท่านั้น รวมทั้งหากทราบว่าลูกค้าหรือคนที่เคยติดต่อด้วยโดนจับกุม เจ้าของบัญชีก็จะปิดเฟสบุ๊กทันที แล้วกลับมาเปิดบัญชีใหม่โดยเปลี่ยนชื่อและใช้ภาพอวตารแตกต่างกันไปเรื่อยๆ เพื่ออำพรางตบตาเจ้าหน้าที่ แต่สุดท้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสืบสวนจนทราบว่า เจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าว คือ นายวันชัย อายุ 39 ปี ชาวอำนาจเจริญ จึงรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายค้นจากศาลเพื่อเข้าตรวจค้นแหล่งที่คาดว่าใช้เป็นสถานที่ผลิดตอาวุธปืนดังกล่าวได้สำเร็จ
.
โดยล่าสุด พ.ต.ท.คมสัน สมอ่อน สว.กก.4 บก.สอท.5 ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด สนธิกำลังร่วมกับ สภ.ปทุมราชวงศา พร้อมหมายค้นศาลจังหวัดอำนาจเจริญ ที่ ค.22/2569 ลงวันที่ 24 ก.ค.69 เข้าตรวจค้นบ้านพักหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ม.6 ต.นาหว้า อ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ
.
ผลการตรวจค้น พบตัว นายวันชัย อายุ 39 ปี พร้อมตรวจยึดของกลางเป็น อาวุธปืนยาวลูกกรดไทยประดิษฐ์ ขนาด .22 นิ้ว จำนวน 1 กระบอก, เหล็กลำกล้องปืนมีเกลียวด้านใน ขนาด .22 นิ้ว ความยาวขนาดต่างๆ กว่า 10 ลำกล้อง, กระสุนปืนขนาด .22 นิ้ว จำนวน 50 นัด, โทรศัพท์มือถือ และ อุปกรณ์เครื่องมือช่างต่างๆ สำหรับใช้ผลิตอาวุธปืนรวมทั้ง ส่วนประกอบอาวุธปืนต่างๆ อาทิ ชุดไกปืน โกร่งไกปืน เหล็กคันรั้งปืน จำนวนมาก รวมของกลางทั้งหมดกว่า 20 รายการ
.
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหา “ทำ ประกอบ ซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะ สั่ง นำเข้า มี หรือจำหน่าย ซึ่งอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน” และ “มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน”
.
จากการสอบถามเจ้าตัวยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยรับว่าชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่ใช้ผลิตอาวุธปืนตนเองสั่งมาจากผู้ค้าในเฟซบุ๊ก เมื่อประกอบรวมกันเป็นอาวุธปืนลูกกรดขนาด .22 แล้ว ก็จะนำไปยิงจริงพร้อมถ่ายวิดีโอไว้แล้วโพสต์ลงเฟซบุ๊ก เพื่อให้เพื่อนในเฟซบุ๊กได้เห็นผลงานจริงแล้วอยากได้ จากนั้นก็จะขายเอากำไรประมาณ 1,000 – 1,500 บาท ต่อกระบอก หรือ หากลูกค้าบางรายต้องการเพียงชิ้นส่วนอาวุธปืนหรือลำกล้องปืน ตนเองก็จะสั่งวัสดุมาแล้วบากร่องขอเกี่ยวปลอกให้ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องใช้ฝีมือและความชำนาญสูง เพราะหากคำนวณพลาดเพียงเล็กน้อย อาจทำให้ลำกล้องปืนเสียทั้งเส้นและเกิดอันตรายได้ ซึ่งในส่วนนี้ตนคิดค่าทำ จำนวน 500 บาทต่อลำกล้อง
.
แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวอ้างว่าตนเองไม่ได้ทำเป็นอาชีพแต่อย่างใด แต่ทำไปเพราะชื่นชอบอาวุธปืน และนำกำไรเล็กน้อยที่ได้มาเป็นค่ากับข้าวเพียงเท่านั้น และยังอ้างว่าที่ผ่านมาเคยขายแค่ลำกล้องปืนไปเพียง 3 ลำกล้องเท่านั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากขัดแย้งกับข้อมูลที่เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนและรวบรวมมา โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งขยายผลไปยังแหล่งที่มาของชิ้นส่วนอาวุธปืนดังกล่าว รวมทั้งผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อนำตัวมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
#ตำรวจไซเบอร์ #cyberpolice #จับกุม #ขายปืนออนไลน์ #ปืนไทยประดิษฐ์
CCIB #CCIB
ตำรวจไซเบอร์