ตร.ไซเบอร์สะกดรอยเส้นเงินแก๊งสแกมเมอร์ ตามเงินคืนเหยื่อ 5 ราย รวมกว่า 3.1 ล้านบาท
ตร.ไซเบอร์สะกดรอยเส้นเงินแก๊งสแกมเมอร์ ตามเงินคืนเหยื่อ 5 ราย รวมกว่า 3.1 ล้านบาท
ตร.ไซเบอร์สะกดรอยเส้นเงินแก๊งสแกมเมอร์
ตามเงินคืนเหยื่อ 5 ราย รวมกว่า 3.1 ล้านบาท
ตามนโยบายของรัฐบาล ได้กำหนดนโยบายในการเร่งแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง จตช. ในฐานะ รอง ผอ.ศปอส.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. นำเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาที่กระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ และดำเนินคดีให้ถึงที่สุด จนนำมาสู่ปฏิบัติการดังกล่าว
วันจันทร์ที่ 3 ส.ค.69 เวลา 13.00 น. ณ บริเวณชั้น 1 บก.สอท.2 นำโดย พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท., พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.สอท.2 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว ตร.ไซเบอร์สะกดรอยเส้นเงินแก๊งสแกมเมอร์ ตามเงินคืนเหยื่อ 5 ราย รวมกว่า 3.1 ล้านบาท
สืบเนื่องจาก พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดขับเคลื่อนโครงการ “MONEY CASH BACK ปิดบัญชี ตามล่าม้า คว้าเงินคืน” ให้ต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ สามารถจับกุมเครือข่ายบัญชีม้าของขบวนการหลอกลวงออนไลน์ และสามารถติดตามนำคืนให้แก่ผู้เสียหายตามขั้นตอนในโครงการ “MONEY CASH BACK” ไปแล้วหลายครั้ง รวมจำนวนเงินกว่าหลายร้อยล้านบาท ต่อมา พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.สอท.2 จึงกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดเร่งขับเคลื่อนตามนโยบาย ผบช.สอท. กระทั่ง พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ปานกลิ่นพุฒ ผกก.4 บก.สอท.2 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดสืบสวนสอบสวน จนสามารถติดตามเงินคืนให้แก่ผู้เสียหายได้ จำนวน 5 ราย รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 23.8 ล้านบาท รายละเอียด ดังนี้
เคสที่ 1 : หลอกทำงานโปรโมทสินค้าและกิจกรรม อายัดเงินคืนได้กว่า 1.1 ล้านบาท
ผู้เสียหายพบโพสต์ประกาศขายหนังสือในสื่อโซชียลมีเดียจึงติดต่อไป ต่อมาคนร้ายกลับเริ่มชักชวนให้เข้าร่วมทำงานโปรโมทสินค้าและทำกิจกรรมต่างๆ ตามภารกิจที่ได้รับ โดยในช่วงแรกเมื่อโอนเงินเข้าระบบสามารถถอนเงินออกมาได้จริง แต่ช่วงหลังกลับไม่สามารถถอนเงินออกจากระบบได้ โดยคนร้ายอ้างว่าผู้เสียหายทำผิดระบบ และล่อลวงให้โอนเงินเพิ่มเรื่อยๆ สุดท้ายโอนเงินไปทั้งสิ้น จำนวน 15 ครั้ง รวมความเสียหาย 5,135,830 บาท ต่อมา ว่าที่ พ.ต.ต.วิเชษฐ์ จันตรี สว.(สอบสวน) กก.4 บก.สอท.2 / พนักงานสอบสวน ได้ติดตามเส้นทางการเงินและประสานธนาคารจนสามารถอายัดเงินได้ จำนวน 1,164,660 บาท
เคสที่ 2 : แอบอ้างเป็น “เสี่ยปู่” หลอกลงทุนเทรดหุ้น อายัดเงินคืนได้ 1 แสนบาท
ผู้เสียหายได้พบโฆษณาบนเพจเฟซบุ๊กเกี่ยวกับการเทรดหุ้นโดยแอบอ้างชื่อ “เสี่ยปู่ สมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล” ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนที่มีชื่อเสียง ผู้เสียหายสนใจจึงสอบถามรายละเอียด จากนั้นแอดไลน์และได้คุยกับบุคคลที่อ้างตัวเป็น “เสี่ยปู่”ก่อนส่งต่อให้คุยกับเลขาชื่อ "พลอย" แล้วสอนให้เทรดหุ้นและโอนเงินผ่านเว็บไซต์ juaedrkg แต่กลับไม่สามารถถอนเงินออกจากระบบได้ โอนเงินไปทั้งสิ้น จำนวน 5 ครั้ง รวมความเสียหาย จำนวน 4,031,604.24 บาท
ต่อมา พ.ต.ท.หญิง ธิดารัตน์ สุขะ สว.(สอบสวน) กก.4 บก.สอท.2 / พนักงานสอบสวน ได้ติดตามเส้นทางการเงินและประสานธนาคารจนสามารถอายัดเงินได้ จำนวน 100,000 บาท
เคสที่ 3: แอบอ้างเป็นตำรวจ สภ.เสม็ด วิดีโอคอลข่มขู่โอนเงิน อายัดเงินคืนได้ 1.1 ล้านบาท
ผู้เสียหายได้รับสายจากโทรศัพท์แอบอ้างเป็นพนักงาน AIS แจ้งว่าผู้เสียหายถูกนำข้อมูลถูกไปเปิดเบอร์ใหม่เพื่อทำเรื่องผิดกฎหมาย จากนั้นได้โอนสายให้คุยกับชายที่อ้างตัวเป็นตำรวจ สภ.เสม็ด แล้วข่มขู่บังคับให้ผู้เสียหายล็อกห้องขังตัวเองไว้ พร้อมกับโทรวิดีโอคอลเปิดกล้องตลอดเวลา และข่มขู่ให้โอนเงินไปตรวจสอบจนหมดบัญชี ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไป จำนวน 5 ครั้ง รวมจำนวน 2,495,636 บาท
ต่อมา ร.ต.ท.พัชรวัฒน์ พชิรพิพัฒพล รอง สว.(สอบสวน) กก.4 บก.สอท.2 / พนักงานสอบสวน ได้ติดตามเส้นทางการเงินและประสานธนาคารจนสามารถอายัดเงินได้ โดยก่อนหน้านี้สามารถอายัดเงินได้แล้ว จำนวน 820,000 บาท และในครั้งนี้สามารถติดตามเงินคืนเพิ่มได้อีก จำนวน 280,000 บาท รวมสามารถอายัดเงินคืนผู้เสียหายได้ทั้งสิ้น จำนวน 1,100,000 บาท
เคสที่ 4: หลอกลงทุนเทรดหุ้น อายัดเงินคืนได้ 1.9 แสนบาท
ผู้เสียหายได้ถูกชักชวนให้โอนเงินลงทุนเทรดหุ้น จากนั้นจึงหลงเชื่อและโอนเงินตามคำแนะนำ แต่หลังจากโอนเงินไปแล้วกลับไม่สามารถถอนเงินได้ คนร้ายแจ้งว่าต้องโอนเพิ่มเป็นค่าทีมวิเคราะห์ จึงโอนเงินเพิ่มแต่ก็ยังไม่สามารถถอนเงินได้ คนร้ายจึงแจ้งให้โอนเงินเพิ่มเพื่อจ่ายค่าภาษีผลกำไร แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถถอนเงินได้อีก สุดท้ายผู้เสียหายโอนเงินไป จำนวน 8 ครั้ง รวมจำนวน 1,515,128.03 บาท
ต่อมา ร.ต.ท.พัชรวัฒน์ พชิรพิพัฒพล รอง สว.(สอบสวน) กก.4 บก.สอท.2 / พนักงานสอบสวน ได้ติดตามเส้นทางการเงินและประสานธนาคารจนสามารถอายัดเงินได้ จำนวน 190,000 บาท
เคสที่ 5 : หลอกลวงลงทุนเทรดทองคำ อายัดเงินคืนได้ กว่า 6.3 แสนบาท
ผู้เสียหายถูกคนร้ายชักชวนให้ลงทุนเทรดทองคำ โดยโอนเงินเปิดบัญชีครั้งแรก จำนวน 20,000 บาท และคนร้ายได้สร้างตัวเลขแสดงผลกำไรปลอมในระบบว่าได้กำไร จำนวน 3,000 บาท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินลงทุนเพิ่มเรื่อยๆ แต่สุดท้ายไม่สามารถถอนเงินออกได้จริง โดยโอนงินไปทั้งสิ้น จำนวน 15 ครั้ง รวมจำนวน 10,696,952 บาท
ต่อมา พ.ต.ท.วรากร ไชยวงค์ รอง ผกก.(สอบสวน) กก.4 บก.สอท.2 / พนักงานสอบสวน ได้ติดตามเส้นทางการเงินและประสานธนาคารจนสามารถอายัดเงินได้ จำนวน 630,180 บาท
โดยวันนี้ พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดติดตามคดี จึงได้ร่วมกันนำเงินจำนวน 3,184,840 บาท คืนให้แก่ผู้เสียหาย ตามโครงการ“MONEY Cash Back ปิดบัญชี ตามล่าม้า คว้าเงินคืน”
#ตำรวจไซเบอร์ #cyberpolice #moneycashback #คืนเงินผู้เสียหาย
CCIB #CCIB
ตำรวจไซเบอร์