บิ๊กโอ๋ สั่ง ตร.ไซเบอร์ตัดท่อน้ำเลี้ยงสแกมเมอร์ รวบ 5 ราย แก๊งเฝ้าธนาคารพร้อมผู้คุม รีบถอนเงินเหยื่อซื้อทองอำพรางเส้นเงินส่งบอสจีน
บิ๊กโอ๋ สั่ง ตร.ไซเบอร์ตัดท่อน้ำเลี้ยงสแกมเมอร์ รวบ 5 ราย แก๊งเฝ้าธนาคารพร้อมผู้คุม รีบถอนเงินเหยื่อซื้อทองอำพรางเส้นเงินส่งบอสจีน
บิ๊กโอ๋ สั่ง ตร.ไซเบอร์ตัดท่อน้ำเลี้ยงสแกมเมอร์
รวบ 5 ราย แก๊งเฝ้าธนาคารพร้อมผู้คุม รีบถอนเงินเหยื่อซื้อทองอำพรางเส้นเงินส่งบอสจีน
ตามนโยบายของรัฐบาลได้กำหนดนโยบายในการเร่งแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน โดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร., พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะ รอง ผอ.ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้สั่งการระดมกวาดล้างการกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางออนไลน์ทุกประเภทอย่างเด็ดขาด โดย พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท. ได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดเปิดปฏิบัติการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาเพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุด จนนำมาสู่การแถลงข่าวคดีสำคัญจากปฏิบัติการในครั้งนี้
วันจันทร์ที่ 2 พ.ย.69 เวลา 11.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 3 บก.สอท.2 นำโดย พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อรุษ แสงจันทร์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง จตร. ช่วยราชการ บช.สอท.,
พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.สอท.2, พ.ต.อ.ชัยรัตน์ วรุณโณ รอง ผบก.สอท.2, พ.ต.อ.ขจร อบทอง รอง ผบก.สอท.2, พ.ต.อ.ปณิธาน ยามานนท์ รอง ผบก.สอท.2, พ.ต.อ.อภิรักษ์ จำปาศรี รอง ผบก.สอท.2, พ.ต.อ.มนต์ชัย บุญเลิศ ผกก.2 บก.สอท.2, พ.ต.อ.วิศรุตม์ จันทร์สุวรรณ ผกก.1 บก.สอท.2 และ พ.ต.อ.คุณาปะโยชน์ อารียรัตนะณธร ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.2 ร่วมกันแถลงข่าวกรณี บิ๊กโอ๋ สั่ง ตร.ไซเบอร์ตัดท่อน้ำเลี้ยงสแกมเมอร์ รวบ 5 ราย แก๊งเฝ้าธนาคารพร้อมผู้คุม รีบถอนเงินเหยื่อซื้อทองอำพรางเส้นเงินส่งบอสจีน
โดยสืบเนื่องจากกรณี พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดกวาดล้างจับกุมพร้อมทั้งขยายผลกลุ่มผู้ร่วมขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยเฉพาะการตัดวงจรเส้นทางการเงินที่เปรียบเสมือนท่อน้ำเลี้ยงของเครือข่ายดังกล่าว จนนำมาสู่การปิดล้อมตรวจค้น จำนวน 2 ปฏิบัติการ ดังนี้
ปฏิบัติการที่ 1 : ขยายผลปฏิบัติการ “จับเงาเหนือบัญชีม้า” จับเพิ่ม 2 ผู้คุมบัญชีม้าประกบถอนเงิน ซื้อทองอำพรางเส้นเงินส่งบอสจีน
สืบเนื่องจาก พ.ต.อ.มนต์ชัย บุญเลิศ ผกก.2 บก.สอท.2 ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์เปิดปฏิบัติการ “จับเงาเหนือบัญชีม้า” จนสามารถจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 8 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางเป็น โทรศัพท์มือถือ จำนวน 8 เครื่อง, บัตร ATM จำนวน 22 ใบ และ สมุดบัญชีธนาคารอีกจำนวนหนึ่ง หลังพบร่วมขบวนการควบคุมบัญชีม้าหน้าใหม่ ตระเวนถอนเงินสดหน้าเคาน์เตอร์ธนาคารแล้วนำเงินสดมามอบให้ผู้ทำหน้าที่คุมบัญชีม้า ก่อนฝากเงินสดเข้าตู้รับฝากเงินเพื่ออำพรางแหล่งที่มา โดยพบว่ามีการแบ่งหน้าที่กันทำเป็นขบวนการใหญ่ ตั้งแต่ผู้สั่งการผู้ควบคุมเจ้าของบัญชีม้า ผู้รับและนำเงินไปฝากต่อ ตลอดจนการจัดคนขับรถรับส่ง และคอยสังเกตการณ์ตามจุดนัดหมาย เช่น ธนาคาร ห้างสรรพสินค้า โรงแรม และอื่นๆ ในพื้นที่หลายจังหวัด ซึ่งมียอดเงินโอนเข้าแต่ละบัญชีตั้งแต่ 100,000 – 1,000,000 บาทต่อวัน
ต่อมา พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท. และ พล.ต.ต.อรุษ แสงจันทร์ รอง ผบช.สอท. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.สอท.2, พ.ต.อ.ขจร อบทอง รอง ผบก.สอท.2 และ พ.ต.อ.อภิรักษ์ จำปาศรี รอง ผบก.สอท.2 สืบสวนขยายผลกรณีดังกล่าว กระทั่งพบการเชื่อมโยงไปยังแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลุ่มหนึ่ง แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์มือถือ และตำรวจ สภ.เมืองระนอง หลอกลวงว่าผู้เสียหายเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ก่อนโทรข่มขู่หลอกลวงเหยื่อนักศึกษาให้โอนเงิน รวมความเสียหายจำนวนกว่า 2 ล้านบาท
จากการสืบสวนพบว่า กลุ่มผู้ควบคุมบัญชีม้าในเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าว ได้ควบคุมและสั่งให้บัญชีม้าไปสแกนโอนเงินเพื่อซื้อทองคำ จากนั้นกลุ่มผู้ควบคุมบัญชีม้าได้นำทองคำดังกล่าวไปขายร้านหลอมทอง ก่อนนำเงินสดที่ได้โอนแปลงสภาพทรัพย์สินไปยังปลายทางให้แก่กลุ่มบอสชาวจีน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับและหมายค้นที่เชื่อว่าเป็นแหล่งกบดานของเป้าหมายได้สำเร็จ
โดยล่าสุด พ.ต.อ.มนต์ชัย บุญเลิศ ผกก.2 บก.สอท.2 พร้อมด้วย พ.ต.ท.เด่นดนัย วัฒนวิจิตรนนท์ รอง ผกก.(สอบสวน) กก.2 บก.สอท.2, พ.ต.ท.เดชาธร สาระทัน สว.กก.2 บก.สอท.2, พ.ต.ท.หญิง นันทัชพร แถมพันธ์ สว.กก.2 บก.สอท.2, พ.ต.ต.อุดม ทวันเวทย์ สว.กก.2 บก.สอท.2 และ พ.ต.ต.ศรัณญ์ วิทยาธรลิขิต สว.(สอบสวน) กก.2 บก.สอท.2 ได้ร่วมกันนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด พร้อมหมายค้นของศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 1176/2569 ลงวันที่ 26 ต.ค.69 เข้าตรวจค้นบ้านพักหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ม.11 หมู่บ้านชิดลม ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จว.นนทบุรี
จากการตรวจค้นสามารถจับกุมตัว นางสาวอภิวรรณฯ อายุ 33 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 1657/2569 ลงวันที่ 26 ต.ค.69 พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง, สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 2 เล่ม, บัตรกดเงินสด จำนวน 1 ใบ, สร้อยข้อมือโลหะลักษณะคล้ายทองคำ จำนวน 1 เส้น และเสื้อผ้าที่สวมใส่วันเกิดเหตุ จำนวน 1 ชุด
ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้เข้าจับกุมตัว นายธัญพิสิษฐ์ฯ อายุ 47 ปี ตามหมายจับของศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 1656/2569 ลงวันที่ 26 ต.ค.69 ได้ที่บริเวณป๊อปปูล่าคอนโด ตึก T10 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จว.นนทบุรีพร้อมตรวจยึดของกลาง เป็นโทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง และเสื้อผ้าที่สวมใส่วันเกิดเหตุ จำนวน 1 ชุด
ดำเนินคดีในข้อหา “เป็นผู้สนับสนุนในการที่กลุ่มคนร้ายร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น,ผู้สนับสนุนในการที่กลุ่มคนร้ายร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”, “ร่วมกันเป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อขายเพื่อให้มีการซื้อขาย ให้เช่า หรือให้ยืม บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด”, “ร่วมกันฟอกเงินและสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน” ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย
ปฏิบัติการที่ 2 : รวบ 3 ม้าถอนเงิน เฝ้าเบิกธนาคารหลังหลอกเหยื่อโอนเงิน
สืบเนื่องจากได้มีผู้เสียหายรายหนึ่งพบโฆษณาขายต้นมะกอกบนเฟซบุ๊ก จึงได้ติดต่อขอซื้อสินค้า ปรากฎว่าเมื่อชำระค่าสินค้าไปแล้ว เฟซบุ๊กดังกล่าวได้ชักชวนให้เข้าร่วมกิจกรรมแลกรับส่วนลด ผู้เสียหายสนใจจึงโอนเงินร่วมกิจกรรม โดยช่วงแรกได้รับผลตอบแทนกลับมาจริง แต่เมื่อภายหลังโอนเงินจำนวนมากขึ้น กลับไม่สามารถถอนเงินออกได้ โดยคนร้ายอ้างว่าทำรายการถอนผิดพลาดทำให้ระบบล็อก ต้องโอนเงินเพื่อรีเซ็ตระบบจึงจะสามารถถอนเงินได้ สุดท้ายเสียหายเป็นเงิน จำนวน 6,481,165.50 บาท
ต่อมา พ.ต.อ.วิศรุตม์ จันทร์สุวรรณ ผกก.1 บก.สอท.2 และ พ.ต.อ.คุณาปะโยชน์ อารียรัตนะณธร ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.2 ได้นำทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดร่วมกันสืบสวน จนพบแผนประทุษกรรมของคนร้าย พบว่า หลังเงินของผู้เสียหายถูกโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของกลุ่มคนร้ายแล้ว กลุ่มคนร้ายจะรีบเบิกถอนเงินสดที่ธนาคาร และบางส่วนยังได้นำเงินไปซื้อทองคำแท่งตามร้านทอง จากนั้นจะส่งมอบเงินสดหรือทองคำดังกล่าวแก่ผู้ร่วมขบวนการต่อไปเพื่ออำพรางแหล่งที่มาของเงิน โดยมีผู้ควบคุมคอยตามประกบตลอดเวลา
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐาน กระทั่งศาลจังหวัดนนทบุรีอนุมัติหมายจับผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด 6 ราย โดยล่าสุดสามารถจับกุมได้แล้ว จำนวน 3 ราย ได้แก่
1. นายทินกร อายุ 38 ปี ทำหน้าที่ บัญชีม้าและถอนเงินสด
2. นางสาวขัตติยา อายุ 35 ปี ทำหน้าที่ รับเงินสดจากบัญชีม้าถอนเงิน
3. นางสาวอรอุมา อายุ 31 ปี ทำหน้าที่ บัญชีม้า ถอนเงินสด และนำเงินสดไปแปลงเป็นทองคำ
เจ้าหน้าที่จึงดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นและร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเท็จโดยการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดอันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา” ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย
โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่การสืบสวนขยายผลต่อเนื่อง เพื่อหาความเชื่อมโยงกับคดีอื่นๆ พร้อมเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินและสืบสวนขยายผลไปยังผู้สั่งการชาวจีนและบุคคลที่อยู่เบื้องหลัง เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดตามกฎหมายต่อไป
อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี พ.ศ.2568–2569 กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ได้มีผลการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวม 7,413 ราย จับกุมผู้กระทำความผิด จำนวน 7,584 คน ปราบปรามการพนันออนไลน์ จำนวน 1,799 ราย จับกุมผู้กระทำความผิด 1,924 คน สามารถตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดรวมมูลค่ากว่า 3,273 ล้านบาท และคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายตามโครงการ Money Cash Back กว่า 294 ล้านบาท
โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 1–30 ต.ค.69 มีผลการปราบปรามคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จำนวน 223 ราย จับกุมผู้กระทำความผิด 216 คน ตรวจยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 16.43 ล้านบาท และปราบปรามคดีการพนันออนไลน์ จำนวน 89 ราย จับกุมผู้กระทำความผิด จำนวน 89 คน ตรวจยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 32.19 ล้านบาท โดยพบเครือข่ายการพนันออนไลน์ที่มีเงินหมุนเวียนรวมประมาณกว่า 200 ล้านบาทต่อปี ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงการเดินหน้าปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง มุ่งเน้นการจับกุมผู้กระทำความผิด ตัดวงจรทางการเงิน ตรวจยึดทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิด และเร่งติดตามเงินคืนให้แก่ผู้เสียหายอย่างเป็นรูปธรรม ตามนโยบายของ พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท.
#ตำรวจไซเบอร์ #cyberpolice #สแกมเมอร์ #บัญชีม้า
CCIB #CCIB
ตำรวจไซเบอร์