ตร.ไซเบอร์ทลายเครือข่ายหลอกให้ลงทุน รวบ 3 กรรมการบริษัท โดนออก 12 หมายจับติดตัว โยง 46 คดีทั่วไทย เสียหายเฉียด 60 ล้านบาท
ตร.ไซเบอร์ทลายเครือข่ายหลอกให้ลงทุน รวบ 3 กรรมการบริษัท โดนออก 12 หมายจับติดตัว โยง 46 คดีทั่วไทย เสียหายเฉียด 60 ล้านบาท
ตร.ไซเบอร์ทลายเครือข่ายหลอกให้ลงทุน
รวบ 3 กรรมการบริษัท โดนออก 12 หมายจับติดตัว โยง 46 คดีทั่วไทย เสียหายเฉียด 60 ล้านบาท
.
พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท. และ พล.ต.ต.ทรงกลด เกริกกฤตยา ผบก.สอท.3 สั่งการให้ พ.ต.อ.อดิชาต อมรประดิษฐ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 นำทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ จำนวน 3 ราย หลังรับจ้างเป็นกรรมการบริษัทให้เครือข่ายสแกมเมอร์ ถูกออกหมายจับรวม 12 หมายจับ เชื่อมโยงการหลอกลวงให้ลงทุนทั่วประเทศกว่า 46 คดี มูลค่าความเสียหายเฉียด 60 ล้านบาท
.
โดยกรณีดังกล่าว สืบเนื่องจาก พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท. ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดให้เพิ่มความเข้มข้นในการกวดขันจับกุมความผิดที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในทุกมิติ พล.ต.ต.ทรงกลด เกริกกฤตยา ผบก.สอท.3 จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.อดิชาต อมรประดิษฐ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 นำทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดออกสืบสวน ติดตาม และจับกุมผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการตามกฎหมาย
.
โดยได้มีกรณีผู้เสียหายรายหนึ่ง พบบัญชีเพจเฟซบุ๊กชื่อ “ลงทุนระยะสั้น” โพสต์โฆษณาเนื้อหาชักชวนว่าสามารถหารายได้จากการลงทุนในระยะสั้นๆ และได้ผลตอบแทนสูง สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบาย ผู้เสียหายสนใจ
จึงติดต่อไป จากนั้นเพจดังกล่าวให้แอดไลน์เพื่อสนทนากับบุคลที่อ้างตัวว่าเป็นนักลงทุนซื้อขายเหรียญดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์ม “lgt private bangking” จากนั้นส่งลิงก์ให้ผู้เสียหายติดตั้งแอปพลิเคชันพร้อมทำตามขั้นตอนที่คนร้ายแนะนำ และทดลองโอนเงินลงทุนเข้าไปในระบบซึ่งปลายทางเป็นบัญชีธนาคารนิติบุคคล ปรากฏว่าระบบดังกล่าวได้โชว์ยอดผลกำไรที่ได้ จึงเชื่ออย่างสนิทใจว่าสามารถสร้างรายได้ได้จริง
.
ต่อมา ผู้เสียหายจึงโอนเงินเพิ่มเรื่อยๆ แต่ปรากฏว่าถูกระงับการทำธุรกรรม จึงได้ไปติดต่อที่ธนาคาร สุดท้ายจึงทราบว่า ทางธนาคารได้ระงับไว้เนื่องจากบัญชีธนาคารปลายทางที่ผู้เสียหายโอนไปนั้น มีผู้แจ้งอายัดไว้และเป็นบัญชีที่ถูกแจ้งว่าได้ใช้ในการหลอกลวงผู้อื่นให้ลงทุน ผู้เสียหายจึงได้รู้ตัวว่าถูกหลอกและเข้าแจ้งความร้องทุกข์ในเวลาต่อมา รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้นจำนวน 600,000 บาท
.
จากกรณีดังกล่าว พ.ต.อ.อดิชาต อมรประดิษฐ อมรประดิษฐ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 ได้นำทีมเจ้าหน้าที่ในสังกัดร่วมกันสืบสวน กระทั่งสามารถรวบรวมพยานหลักฐานนำส่งพนักงานสอบสวน บก.สอท.3 ขออำนาจศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องได้สำเร็จ
.
ต่อมาได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.สมพร บุตรวงศ์ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดลงพื้นที่ติดตามตัวผู้ต้องหา จนกระทั่งสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับรายสำคัญ
ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมการบริษัทเจ้าของบัญชีธนาคารที่ผู้เสียหายได้โอนเงินไป จำนวน 3 ราย ได้แก่
.
1. น.ส.ปัณยตา อายุ 38 ปี กรรมการ บริษัท เดอะเกรท เซอร์วิส จำกัด ตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่น ที่ จ.729/2569 ลง 17 มิ.ย.69 จับกุมตัวได้ในพื้นที่ จ.ชลบุรี
2. น.ส.ลดา อายุ 28 ปี กรรมการ บริษัท พลายฤทธิ์แอนด์ซัพพลาย จำกัด ตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่น ที่ จ.729/2569 ลง 17 มิ.ย.69 จับกุมตัวได้ในพื้นที่ จ.นนทบุรี
3. น.ส.พิมพ์ชนก อายุ 47 ปี กรรมการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด บ้านอิ่มสุข ฟู้ด แปรรูป ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.0757/2569 ลง 16 มิ.ย.69 จับกุมตัวได้ในพื้นที่ จ.นนทบุรี
.
จากการสืบสวนเพิ่มเติมทราบว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้ได้รับจ้างจดทะเบียนและเปิดบัญชีธนาคารในนามนิติบุคล แล้วนำส่งให้แก่กลุ่มขบวนการจัดหาบัญชีม้าเพื่อนำไปใช้ในการกระทำความผิด ซึ่งจากการตรวจสอบในระบบรับแจ้งความออนไลน์ พบว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย มีความเชื่อมโยงกับอีก 46 เคสไอดีที่เกิดขึ้นหลายท้องที่ทั่วประเทศ รวมมูลค่าความเสียหายแล้วสูงถึง 57,622,385 บาท โดยได้ถูกออกหมายจับไปแล้วรวม 12 หมายจับ ดังนี้
- น.ส.ปัณยตา มีหมายจับเชื่อมโยง 12 เคสไอดี รวมความเสียหาย 9,450,100 บาท
- น.ส.พิมพ์ชนก มีหมายจับเชื่อมโยง 24 เคสไอดี รวมความเสียหาย 41,420,936.69 บาท
- น.ส.ลดา มีหมายจับเชื่อมโยง 10 เคสไอดี รวมความเสียหาย 6,751,348.81 บาท
.
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกัน หรือสนับสนุนให้มีการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จทั้งหมดหรือบางส่วน โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” ควบคุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี และสืบสวนขยายผลไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องรวมไปถึงผู้รับผลประโยชน์ เพื่อนำตัวมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
#ตำรวจไซเบอร์ #cyberpolice #หลอกลงทุน
CCIB #CCIB
ตำรวจไซเบอร์